Snell คืออะไร??

Snell Helmet Safety Standards

      มีน้องๆ พี่ๆ เพื่อนๆ ถามมาเยอะมากเลยครับว่า มาตรฐาน SNELL มันคืออะไร? , ทดสอบแบบไหน? มีบทความที่น่าสนใจเยอะมาก ๆ เกี่ยวกับ Snell ทั้งทางเว็บไซต์ของ Snell เอง และบทความที่เป็นภาษาไทย โดยฉบับภาษาไทยนั้นที่น่าสนใจและอธิบาย Snell ได้ที่ที่สุดก็ต้องยกให้ สถาบันหมวกนิรภัย คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ที่หลายๆ เว็บไซต์ได้นำมาลงเป็นความรู้ให้ชาว 2 ล้อได้อ่านกัน .. (ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ มา ณ ที่นี้ด้วยครับ)

      และข้อมูลอีกส่วนหนึ่งนั้น ผมได้ใช้ความรู้ทางภาษาอังกฤษอันน้อยนิด (น่าอายจัง) แปลมาจากเว็บไซต์ของทาง Snell เอง เพื่อกล่าวถึงที่มาที่ไปขององค์กรแห่งนี้ให้ทุกคนได้รับทราบ แต่ถ้าใครเชี่ยวชาญภาษาอังกฤษ สามารถไป Download เอกสารของ Snell มาอ่านได้โดยตรงครับที่ Link นี้ครับ
http://www.smf.org/standards/pdf/m2005final1204.pdf

       SNELL Memorial Foundation ได้ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ ค.ศ. 1957 โดยเป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นโดยมิได้ หวังผลกำไรทางการค้า และความปลอดภัยที่ได้รับมาตรฐานเป็นครั้งแรกถูกนำมาใช้ในสนามแข่ง เมื่อปี ค.ศ. 1959. โดย Snell เองนั้นได้ทำการทดสอบหมวกทุกชนิด เพื่อให้ได้มาตรฐานที่ปลอดภัยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นหมวกกันน็อกสำหรับ motorcyc, จักรยาน, Rollerblad , สเก๊ตบอร์ด , Snowboarding , สกี รวมไปถึง Kart Racing โดยมิได้เฉพาะจงเจาะว่าต้องใช้วัตถุดิบอะไรในการทำหมวกกันน็อก (ปัจจุบันมีวัตถุดิบอยู่ 4 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ ABS plastic, Fiberglass, Polycarbonate, และ Carbon Fiber & Carbon Kevlar)
       ส่วนใครที่ต้องการทราบว่ามีหมวกกันน็อกยี่ห้ออะไรบ้างที่ได้ Snell ก็ไปดู List ที่นี้ได้นะครับ
http://www.smf.org/certlist/std_M2005.html

      ต่อไปเป็นบทความเนื้อหาล้วนๆ ครับ ข้อมูลอาจจะหนักไปนิดแต่มีประโยชน์มากมายครับผม ^_^


วิธีการทดสอบหมวกกันน็อคของ Snell
มาตรฐาน SNELL
SNELL Memorial Foundation - ตั้งอยู่ที่ Sacramento, California USA. เป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นโดยมิได้ หวังผลกำไรทางการค้าแต่ดำเนินกิจการเพื่อสวัสดิภาพของผู้ขับขี่ทุกประเภท มิใช่แต่เฉพาะผู้ขับขี่รถแข่งเท่านั้น โดยเน้นที่นโยบายที่จะคิดค้นแนวทางง่ายๆ แต่มีประสิทธิภาพในการตรวจสอบหมวกกันน็อกด้วยมาตรฐานสูง นอกจากนี้ยังทบทวนมาตรฐานที่กำหนดไว้ใหม่ทุก 5 ปี และจะเข้มงวดมากขึ้นทุกครั้ง ซึ่งนับเป็นเอกลักษณ์ เฉพาะที่ไม่มีอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานอื่นๆมาตรฐานของ SNELL นี้มีเป้าหมายอยู่ที่การป้องกันอันตรายให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ จึงได้ตั้งเงื่อนไขในการทดสอบหมวกกันน็อกด้วยมาตรฐานสูง
เหตุผลที่ต้องปรับมาตรฐานทุกๆ 5 ปี
มาตรฐาน SNELL จะปรับเปลี่ยนใหม่ทุก 5 ปี และแต่ละครั้งจะเข้มงวดขึ้นด้วย ผู้ผลิตหมวกกันน็อกจึงต้องปรับปรุงวิธีผลิตให้ ได้มาตรฐานและหากรอให้มีการประกาศมาตรฐานเสียก่อนแล้วจึงลงมือผลิต ก็จะไม่ทันป้อนตลาด ผู้ผลิตจึงใช้ทดสอบหมวกในการ ผลิตโดยเพิ่มความเข็มงวดมากกว่ามาตรฐานปัจจุบัน เอาไว้ก่อนหลายเปอร์เซนต์ ซึ่งหากไม่ผ่าน ก็อาจสรุปได้เลยว่า ไม่ควรยื่นขอคำรับรองมาตรฐานจาก SNELL การปรับมาตรฐานให้สูงขึ้นทุก 5 ปีนี้สร้างความกดดันให้กับผู้ผลิตพอ ๆ กับความท้าทายก็ว่าได้

ผู้ผลิตที่ต้องการคำรับรองมาตรฐานจาก SNELL จะส่งตัวอย่างสินค้า (ทุกขนาดในแต่ละรุ่นและหลายชิ้นในแต่ละขนาด) ไปรับการทดสอบ สินค้าที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานจะได้รับ SNELL License และ SNELL Label และ SNELL Label จะถูกนำ ไปปิดที่สินค้าทุกชนิด


มาตรฐาน SNELL ใหม่ "SNELL M2000"
จุดเปลี่ยนที่สำคัญของ "SNELL M2000" คือขอบเขตการทดสอบตำแหน่งหน้าผากจะต่ำลงมา 10 มิลลิเมตร เมื่อเทียบกับ "SNELL M95" เป็นการขยายขอบเขตของการทดสอบขยายขึ้นถึงส่วนของหน้าต่างของหมวกกันน็อก เพื่อที่จะผ่านการทดสอบ "SNELL M2000" ก็จะต้องเพิ่มความสามารถในการดูดซับการกระแทกที่บริเวณใกล้ๆ หน้าผาก

การทดสอบมาตรฐาน SNELL1 การทดสอบการดูดซับแรงกระแทก

Anvil แบบแบนราบ
ทิ้งตำแหน่งเดียวภายในขอบเขตทดสอบ จากความสูง 3.06 เมตร (จะเกิดพลังงาน 150 จูล) 1 ครั้ง คราวต่อไปทิ้งอีก 1 ครั้งที่ตำแหน่งเดิม จากความสูง 2.24 เมตร (จะเกิดพลังงาน 110 จูล) ตอนนี้มีอัตราความเร็วที่เพิ่มที่หุ่นจำลองศีรษะ ไม่เกิน 2940 (300G) การทดสอบผ่าน

Anvil แบบนูนครึ่งวงกลม
เป็นหมวกกันน็อกที่ต่างกับแบบที่ 1 ทิ้งตำแหน่งเดียวภายในขอบเขตทดสอบจากความสูง 3.06 เมตร 1 ครั้งจากความสูง 2.24 เมตร ตอนนี้อัตราความเร็วที่เพิ่มที่หุ่นจำลองศีรษะไม่เกิน 2940 (300G) การทดสอบผ่าน



การทดสอบมาตรฐาน SNELL 2 การทดสอบต้านทานการทะลุผ่าน
       การทดสอบนี้เป็นการทดสอบความแข็งแรงของหมวกกันน็อกต่อวัตถุปลายแหลม อย่างเช่น ส่วนที่นูนขึ้นมาที่บนพื้นผิวถนนข้างถนน และบันไดของรถจักรยานยนต์ เป็นต้น หมวกกันน็อกจะต้องสกัดกั้น Striker ที่จะมาสัมผัสหุ่นจำลองศีรษะ
วิธีทดสอบ : ทิ้ง Striker น้ำหนัก 3 กิโลกรัม ลงมาจากที่สูง 3 เมตร
- ทิ้ง Striker ลงมาในแนวดิ่งตั้งฉาก โดยมีท่อและเส้นลวดเป็นตัวนำทาง
- Striker เป็นลูกตุ้มเหล็กปลายแหลมน้ำหนัก 3 กิโลกรัม ทิ้งลงมาที่หมวกกันน็อก
- สวมหมวกกันน็อกบนหุ่นศีรษะจำลอง ซึ่งเตรียมไว้เพื่อการทดสอบการต้านทานการทะลุผ่าน วางหุ่นศีรษะจำลองไว้คงที่บนแท่นทดสอบ พอ Striker สัมผัสถูกหุ่นศีรษะจำลอง คลื่นกระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านส่งข้อมูลมาที่คอมพิวเตอร์

"การที่ปลายแหลมของ Striker ไม่สัมผัสหุ่นศีรษะถือว่าการทดสอบผ่าน"

การทดสอบมาตรฐาน SNELL 3 การทดสอบสายรัดคาง
       การทดสอบนี้จะทดสอบความแข็งแรงของสายรัดคาง เนื่องจากเกรงว่าเวลาที่ล้มหรือคว่ำ สายรัดคางจะขาด ยืด ทำให้หมวกกันน็อกหลุดออกไป ดังนั้นการทดสอบสายรัดคางก็จำเป็น


"การที่สายรัดคางยืดน้อยกว่า 30 มิลลิเมตรและสายรัดคางไม่หลุด จากหมวกกันน็อค ถือว่าการทดสอบผ่าน"
วิธีทดสอบ : แขวนลูกตุ้มหนัก 39 กิโลกรัมไว้ที่สายรัดคางและปล่อยทิ้งลงมา 0.12 เมตร วัดว่าสายรัดคางจะยืดประมาณเท่าไหร่

- วางหุ่นศีรษะจำลองไว้ที่คงที่ สวมหมวกกันน็อคและรัดสายรัดคางให้แน่น แขวนลูกตุ้มที่สายรัดคาง

- ทิ้งลูกตุ้มหนัก 38 กิโลกรัมลงมา 0.12 เมตร เพิ่มแรงดึงจากภายนอก

- วัดปริมาณที่สายรัดคางยืด



การทดสอบมาตรฐาน SNELL 4 การทดสอบ Roll Off
       การทดสอบนี้เป็นการทดสอบการเพิ่มแรงดึงเพื่อที่จะถอดหมวกกันน็อคแล้ว หมวกกันน็อคไม่หลุดง่ายๆ วิธีทดสอบ : เกี่ยวตะขอที่หมวกกันน็อค ที่ปลายตะขอแขวนลูกตุ้มน้ำหนัก 4 กิโลกรัม ทิ้งลงมา 0.6 เมตร


"การที่หมวกกันน็อคไม่หลุดจากหุ่นศีรษะถือว่าผ่านการทดสอบ"
วิธีทดสอบ : เกี่ยวตะขอที่หมวกกันน็อค ที่ปลายตะขอแขวนลูกตุ้มน้ำหนัก 4 กิโลกรัม ทิ้งลงมา 0.6 เมตร

- สวมหมวกกันน็อคที่หุ่นศีรษะจำลอง รัดสายรัดคางให้แน่น แขวนตะขอที่หมวกกันน็อค เป็นอันว่าเตรียมการเรียบร้อย

- ยึดหุ่นศีรษะจำลองไว้ที่ Stay ที่ยื่นออกมาจากผนัง หมุนทิศทางของหุ่นศีรษะจำลองทดสอบ Roll Off ทั้งจากด้านหน้าและจากด้านหลัง

- ทิ้งลูกตุ้มหนัก 4 กิโลกรัม ลงมา 0.6 เมตร จะกระชากตะขอด้วยแรงชนกับ Stopper



การทดสอบมาตรฐาน SNELL 5 การทดสอบส่วนของคาง
       การทดสอบลักษณะเฉพาะของ SNELL เป็นการทดสอบความแข็งแรงของส่วนคาง เวลาชนส่วนของคางจะโค้งด้วยแรงกระแทกจะทดสอบความแข็งแรงเพื่อที่จะไม่ทำให้ส่วนของใบหน้าเป็นแผล หมวกกันน็อกที่มีส่วนของคางที่เป็นอิสระและจะเคลื่อนที่ได้ก็ เป็นข้อบังคับของการทดสอบนี้


" ถ้าระดับความโค้งต่ำกว่า 60 มิลลิเมตร ถือว่าผ่านการทดสอบ "
วิธีทดสอบ : ทิ้ง Striker หนัก 5 กิโลกรัม จากความสูง 0.6 เมตร ลงมาที่ส่วนคาง

- ทิ้ง Striker ลงมาในแนวดิ่งตั้งฉาก โดยมีท่อและเส้นลวด เป็นต้น เป็นตัวนำทาง

- Striker เป็นลูกตุ้มหนัก 5 กิโลกรัม ทิ้งลงมาที่หมวกกันน็อค

- ยึดหมวกกันน็อกไว้ที่แท่นทดสอบอย่างแน่นหนา - วัดระดับความโค้งของคาง

 
   เป็นไงบ้างครับ บทความที่นำมาเสนอนี้ .. หวังว่าคงจะทำให้เพื่อนๆ ได้รู้จักกับมาตรฐาน SNELL กันมากขึ้นนะครับ
   ส่วนใครที่ต้องการดูข้อมูลเพิ่มเติม เช่น วิธีทดสอบหมวกกันน็อกของ Arai ก็ไป download ได้ที่ Link นี้เลยครับ

http://www.araihelmet-europe.com/php/manuals/AraiHelmtest.pdf



ที่มา : สถาบันหมวกนิรภัย คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
http://www.pharm.su.ac.th/helmetinstitute/learning_helmet/snell.htm
http://www.pharm.su.ac.th/helmetinstitute/learning%5Fhelmet/jis.htm

เรียบเรียงโดย .. panda rider ครับผม ..


กลับหน้าหลัก Website -->